ทำฟันประกันสังคม 2569 อัปเดตสิทธิใหม่ ใช้ได้จริง ไม่ต้องสำรองจ่าย

การดูแลสุขภาพช่องปากเป็นเรื่องที่หลายคนมักมองข้าม ทั้งที่ความจริงแล้วปัญหาฟันผุ หินปูนสะสม หรือฟันคุดที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที สามารถลุกลามกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่ใหญ่ขึ้นและมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งสำหรับผู้ที่เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม การทำฟันประกันสังคมถือเป็นสิทธิประโยชน์ที่มีความสำคัญมาก เพราะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านทันตกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2569 ที่สำนักงานประกันสังคมได้มีการปรับปรุงและยกระดับสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ด้านช่องปากได้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว

สำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับสิทธิทำฟันประกันสังคมในรูปแบบเดิม ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 จะได้รับสิทธิ์ในการเข้ารับบริการอุดฟัน ถอนฟัน และขูดหินปูน ในวงเงินไม่เกิน 900 บาทต่อปี โดยไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้าหากเข้ารับบริการในสถานพยาบาลที่ทำข้อตกลงกับสำนักงานประกันสังคมไว้แล้ว แต่หากเข้ารับบริการในคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ไม่ได้ทำข้อตกลง ผู้ประกันตนจะต้องสำรองจ่ายค่ารักษาไปก่อน แล้วจึงนำใบเสร็จและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยื่นเบิกคืนกับสำนักงานประกันสังคมในภายหลัง ซึ่งขั้นตอนนี้อาจทำให้หลายคนรู้สึกไม่สะดวกและเสียเวลาพอสมควร

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นมา กระทรวงแรงงานได้มอบหมายให้สำนักงานประกันสังคมปรับปรุงสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมครั้งใหญ่ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ให้กับผู้ประกันตนอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือการแยกวงเงินสำหรับการผ่าฟันคุดออกมาต่างหาก ไม่ให้ปะปนกับวงเงิน 900 บาทเดิมอีกต่อไป กล่าวคือ ในกรณีที่ต้องผ่าฟันคุดแบบไม่ซับซ้อน ผู้ประกันตนสามารถเบิกได้สูงสุด 1,500 บาทต่อซี่ และหากเป็นกรณีที่ต้องกรอกระดูกซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น ก็สามารถเบิกได้สูงสุดถึง 2,500 บาทต่อซี่ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากเข้ารับบริการในโรงพยาบาลรัฐที่ทำข้อตกลงไว้

นอกจากนี้ ยังมีการปรับเพิ่มวงเงินสำหรับการทำฟันปลอมชนิดถอดได้เป็นอัตรา 1,500 ถึง 6,000 บาท พร้อมทั้งเพิ่มสิทธิค่าซ่อมฟันปลอมในอัตรา 900 บาทต่อครั้ง และที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการเพิ่มสิทธิการฝังรากฟันเทียมสำหรับผู้ที่สูญเสียฟันทั้งปาก ซึ่งมีวงเงินสูงกว่า 20,000 บาท ถือเป็นการยกระดับสิทธิประโยชน์ที่ช่วยให้ผู้ประกันตนที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากรุนแรงสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้โดยไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายมหาศาลด้วยตัวเองเพียงลำพัง

สำหรับเงื่อนไขในการใช้สิทธิทำฟันประกันสังคมนั้น ผู้ประกันตนจะต้องส่งเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนวันที่เข้ารับบริการ และในกรณีที่ผู้ประกันตนออกจากงานหรือสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนแล้ว ก็ยังสามารถใช้สิทธิทำฟันประกันสังคมต่อเนื่องได้อีกไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่สิ้นสุดสถานะ ทั้งนี้ ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 จะไม่ครอบคลุมสิทธิทำฟันประกันสังคมในลักษณะนี้ แต่สามารถเลือกใช้สิทธิทำฟันผ่านระบบบัตรทองแทนได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกันตนควรตรวจสอบสถานะของตนเองให้แน่ชัดก่อนเข้ารับบริการ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนหรือเสียสิทธิที่ควรจะได้รับ

โดยสรุปแล้ว การอัปเดตสิทธิทำฟันประกันสังคมในปี 2569 นี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ประกันตนทุกคน เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านทันตกรรมที่นับวันจะยิ่งสูงขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้ารับบริการโดยไม่ต้องสำรองจ่ายในสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ ผู้ประกันตนจึงควรศึกษารายละเอียดสิทธิประโยชน์ของตนเองให้ครบถ้วน ตรวจสอบสถานพยาบาลที่เข้าร่วม และวางแผนการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถใช้สิทธิทำฟันประกันสังคมได้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพในระยะยาวของตนเองและครอบครัว

ใส่ความเห็น